ลักษณะความเชื่อ
เป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนบนพื้นโลกกับพระอาทิตย์และพระจันทร์ เพราะจะเกี่ยวเนื่องกับการเกิดสุริยคราสและจันทรคราส

ความสำคัญ

เป็นความเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ใช้อุปกรณ์บางอย่างเป็นสัญลักษณ์แทนกิจกรรมสำคัญคือการทำนายสิ่งร้ายต่าง ๆ ที่เกิดในชีวิตคน เช่น การทำนายโรคภัย การทำนายของหายหรืออื่น ๆ เป็นความเชื่อที่ถือว่าพระอาทิตย์และพระจันทร์คือผู้ให้ชีวิตที่ดีแก่ชาวโลก "โบล" เป็นภาษาเขมร "อโปล" เป็นภาษากูย ซึ่งแปลว่าหาจุดตรงดิ่ง

พิธีกรรม

๑. โบลเป็นคำที่ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของคนกลุ่มชาติพันธุ์เขมรและกูย เช่น การดิ่งเสาเรือน เวลาสร้างบ้านเรียกว่าโบล การเสี่ยงไข่เพื่อหาสถานที่เผาศพในป่าช้า โดยการนำไข่ดิบโยนข้ามศีรษะไปด้านหลังให้แรงที่สุด เมื่อไข่ตกลงพื้นแล้วแตกถือว่าสถานที่ตรงนั้นผีในป่าช้ายอมให้ปลงศพได้ หากไข่ไม่แตกต้องเสี่ยงทายใหม่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าไข่จะแตก ภาษาเขมรก็เรียกพิธีเสี่ยงไข่นี้ว่า "โบล" การทำนายโรคภัยไข้เจ็บก็เรียกว่าโบล การทำนายหาสิ่งของหรือคนหายก็เรียกว่า โบล
๒. "หมอโบล" ผู้ที่สนใจจะเป็นหมอโบลต้องทำพิธีทดสอบตนเองว่าจะเป็นหมอโบลได้ดีหรือไม่ ซึ่งจะสามารถทดสอบตนเองได้เฉพาะในวันที่มีสุริยคราสหรือจันทรคราสเท่านั้นในขณะที่คนทั่วไปแซ่ซ้องตีปี๊บตีกลองตีต้นไม้และร้องเป็นภาษาเขมรว่า"แคเรีย ๆๆ" (หมายถึงจันทรคราสหรือสุริยคราส) เพื่อให้สว่างเต็มดวงเร็ว ๆ นั้น ผู้ที่ตั้งใจจะเป็นหมอโบลจะปิดประตูเงียบอยู่ในห้องมืดไม่พยายามออกมามองหรือให้แสงพระจันทร์เล็ดลอดเข้าไปในห้องสำหรับประกอบพิธีกรรมทดสอบตนเอง
เครื่องบูชาในพิธีกรรมได้แก่ กรวยดอกไม้ ๕ กรวย เทียนคู่หนึ่ง ข้าวสาร ๑ ถ้วย เงิน ๑ บาท หรือ ๒ บาท (เงินค่าครูนี้เมื่อตนเป็นหมอโบลต้องเรียกเท่าจำนวนเงินที่ได้บูชาครูครั้งแรกนี้ หากเรียกมากหรือน้อยไปจะทำให้การทำนายไม่แม่นยำ หรือพิธีกรรมของตนจะไม่ศักดิ์สิทธิ์) เมื่อได้เครื่องบูชาและอุปกรณ์สำหรับเรียนครบแล้วก็เข้าไปในห้องมิดชิดที่เตรียมไว้ ปิดประตูหน้าต่าง แล้วจุดเทียนอธิษฐาน เอาอุปกรณ์มาทำโบลทำนายพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ที่กำลังเป็นคราส (แบบชาวบ้าน) ๔ แบบ ดังนี้
- จุ (ขี้) คือสมมุติว่าคราสเริ่มจับจากขวาแล้วมืดสนิท จากนั้นก็สว่างออกไปทางซ้ายตรง ๆ อย่างนี้เรียกว่า "กินแล้วขี้ออกมา" ลักษณะเช่นนี้ทายว่า ข้าวปลาปีนั้นพอได้กินเท่านั้น
- ตะเจียะ (คายออก) คือเงามืดเข้าทางขวามืดไม่สนิทแล้วเงามืดเลื่อนไปทางขวาคืน ลักษณะเช่นนี้ทายว่าข้าวปลาได้น้อยไม่พอกินจะแล้งหนัก
- แบกปัวะ (ท้องแตก) คือเงามืดเข้าไปทับสนิทแล้วเงามืดเลื่อนออกไปด้านบน ลักษณะอย่างนี้ทายว่าข้าวปลาจะอุดมสมบูรณ์ดี
- ระแหกเมือด (ปากฉีก) คือเงามืดเข้ามาทับนิดหน่อยแล้วเลื่อนลงด้านล่าง ลักษณะนี้ทายว่าจะอดอยาก
ในการโบลของผู้ที่จะเป็นหมอโบลครั้งนี้บริกรรมทำนายคราสแต่สั้น ๆว่า จุ ๆๆๆ หากไม่ได้ผลก็เปลี่ยนคำใหม่ว่า ตะเจียะ ๆ ๆๆ และถ้ายังไม่ได้ผลก็เปลี่ยนคำใหม่ว่า แบกปัวะ ๆๆๆ และหากยังไม่ได้ผลก็เปลี่ยนคำใหม่ว่า ระแหก เหมือด ๆๆๆ ทำเช่นนี้จนกระทั่งคราสสิ้นสุดและหากอุปกรณ์เสี่ยงทายชนิดใดใน ๔ ชนิด (ฝาเต้าปูน มีดสะนาก มีดจักตอก และไข่ไก่) นั้น โบลหรือแกว่งตรงกับคำใด ก็เอาผลออกมาดูจากสภาพที่เป็นจริง ถ้าตรงกับสภาพที่เป็นจริงก็ถือว่าจะสามารถเป็นหมอโบลได้ แต่ต้องรอการเกิดคราสในปีต่อ ๆ ไปอีก ทำจนครบ ๓ ครั้งหรือสามปี หากแม่นยำทุกครั้งถือว่าเรียนสำเร็จสามารถตั้งตัวเป็นหมอโบลได้ ทั้งนี้หมอโบลที่กระทำพิธีจนแก่กล้าแล้ว เมื่อเกิดสุริยคราสหรือจันทรคราสทุกคนจะทำพิธีทำนายทดสอบตนเองทุกครั้ง เชื่อว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำนายได้แม่นยำ
๓. "การทำนาย" ในกรณีที่ป่วยแล้วหาสาเหตุของโรคไม่ได้คือรักษาหมอแล้วไม่หาย ก็นิยมพาคนไข้ไปหาหมอโบลผู้ไปขอโบลจะต้องเตรียมเครื่องบูชาครู มีกรวยดอกไม้ ๕ กรวย เทียน ๑ คู่ ข้าวสาร ๑ ถ้วยเงิน ๑ บาท หรือ ๒ บาท ส่วนหมอโบลจะนำอุปกรณ์เสี่ยงทายมาโบล ส่วนใหญ่จะเสี่ยงทายไปทางด้านผิดผี ผิดครู ผิดผีปู่ย่า ผิดผีตายโหง ถูกคุณไสย ถูกผีป่าทำ ผิดคำบนบานและมีสิ่งอาเพศในบ้านเรือน เป็นต้น โดยใช้อุปกรณ์เสี่ยงทายแตกต่างกัน