ช่วงเวลา ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม

ความสำคัญ

การประกอบอาชีพทางเกษตรในสมัยก่อน ต้องพึ่งพาสภาพดินฟ้าอากาศ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าปีไหนฝนดีข้าวกล้าในนาก็เจริญงอกงาม หากปีใดฝนแล้ง หรือฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าในนาก็จะเสียหาย ไม่มีน้ำจะทำนา ชาวบ้านไม่มีวิธีการอื่นใดที่จะช่วยได้ จึงพึ่งพาสิ่งเหนือธรรมชาติต่างๆ เป็นต้นว่าทำพิธีขอฝนโดยการแห่นางแมว เชื่อว่าหากกระทำเช่นนั้นแล้วจะช่วยให้ฝนตกลงมาได้

พิธีกรรม

นำชลอมมาตกแต่งให้สวยงาม ใส่แมวไว้ข้างในมัดผูกให้เรียบร้อยหลังใส่คานหามหัวท้ายสองคนแห่ไปรอบๆ หมู่บ้าน โดยมีกลองยาวนำขบวนพร้อมกับร้องเพลงแห่นางแมว ผ่านหน้าบ้านใคร เจ้าของบ้านก็จะเอากระบวยตักน้ำมาสาดรดแมว พร้อมทั้งให้รางวัลแก่พวกแห่ เช่น เหล้า ข้าวปลา หรือของกินอื่น ๆ แล้วเคลื่อนต่อไปเรื่อยๆ จนหมดเขตหมู่บ้านก็นำของนั้นมาเลี้ยงกัน กระทำดังนี้จนกว่าฝนจะตก เนื้อร้องเพลงแห่นางแมวมีดังต่อไปนี้
นางแมวเอย ขอฟ้าขอฝน ขอน้ำมนต์รดแมวข้ามั่ง
ค่าเบี้ยค่าจ้าง ค่าหาแมวมา ถ้าไม่ให้กินปลา ขอให้ปูกัดข้าว
ถ้าไม่ให้กินข้าว ขอให้ข้าวตาฝอย ถ้าไม่ให้กินอ้อย ขอให้อ้อยเป็นแมง
ถ้าไม่ให้กินแตง ขอให้แตงคอคอด ถ้าไม่ให้นอนกอด ขอให้มอดเจาะเรือน
ถ้าไม่ให้นอนเพื่อน ขอให้เรือนทลาย แม่ยายหอยเอย กะพึ่งไข่ลูก
ลูกไม้จะถูก ลูกไม้จะแพง ฝนตกพรำ ๆ มาลำกระแชง
ฝนตกเขาน้อย มาย้อยชายคา ฝนตกเขาหลวง เป็นพวงระย้า
ไอ้เล่ เหล เล่ ฝนก็เทลงมา เอ้า ฝนก็เทลงมา เอ้า ฝนก็เทลงมา ๆๆๆๆ