• แสกเต้นสาก
  • แสกเต้นสาก
  • แสกเต้นสาก
  • แสกเต้นสาก
  • แสกเต้นสาก
  • แสกเต้นสาก
ช่วงเวลา วันขึ้น ๒-๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์)

ความสำคัญ

เป็นการบวงสรวงวิญญาณของบรรพบุรุษของชาวแสก และเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ ที่ได้ช่วยให้อยู่เย็นเป็นสุขและประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ
การแสดงแสกเต้นสากชาวแสกจะไม่แสดงบ่อยนัก ตามประเพณีชาวแสกจะแสดงการเต้นสากในวันขึ้น ๒-๓ ค่ำ เดือน ๓ ซึ่งตรงกับประเพณี กินเตรท" หรือ "วันตรุษญวน" ในวันนี้ ชาวแสกทั้งหมดจะพากันนำดอกไม้ ธูปเทียน ข้าวปลาอาหารไปพร้อมกันที่ศาลเจ้าที่ชาวแสกเรียกว่า ศาลองมู่" ซึ่ง องมู่" นี้เป็นบรรพบุรุษที่ชาวแสกเคารพนับถือมากจะทำกิจการใดก็มักจะไปบนบานศาลกล่าวเสมอและว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก

พิธีกรรม

ชาวแสกในหมู่บ้านอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จะนำดอกไม้ ธูปเทียน ข้าวปลาอาหาร หัวหมู เหล้าขาว น้ำอัดลม ฯลฯ ไปพร้อมกันที่ศาลองมู่ที่ชาวแสกเคารพนับถือ เมื่อทำพิธีถวายอาหารเครื่องดื่มแล้ว ก็จะมีประเพณีแสกเต้นสาก โดยให้ชาวแสกชายหญิงประมาณ ๑๐ คู่ ออกมาเต้นสาก เป็นการบวงสรวงองมู่ด้วย
เมื่อชาวแสกนำข้าวปลาอาหารทยอยกันไปที่ ศาลองมู่" ศาลนี้จะตั้งอยู่ทางตะวันออกติดริมฝั่งแม่น้ำโขง ลักษณะเหมือนศาลพระภูมิทั่ว ๆ ไป มีไฟประดับให้สวยงาม ในวันงาน รอบ ๆ ศาลจะมีไม้ทำเป็นดาบทาสีอยู่รอบศาล สันนิษฐานว่าแสดงถึงความสามารถในด้านการต่อสู้ซึ่งสามารถนำประชาชนพรรคพวกตนมาหาชัยภูมิอันเหมาะสมได้ หลังจากนั้นก็จะมีพิธีบวงสรวงวิญญาณบรรพบุรุษ ในวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓
สำรับที่ใช้สำหรับถวายองมู่ ได้แก่ เหล้า โรงอาหารคาวหวาน ดอกไม้ ธูปเทียน หากชาวแสกจัดพิธีใดขึ้นต้องบอกกล่าวแก่องมู่ก่อน เชื่อกันว่า หากไม่บอกกล่าวให้องมู่ทราบก่อน ชาวแสกผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไป
พอชาวแสกมาพร้อมกันแล้ว หมอเยา" หรือ "หมอเหยา" จะทำพิธีบวงสรวงโดยการจุดธูปเทียนเทเหล้าใส่จอก และเชิญ องมู่" มารับของที่นำมาบวงสรวงเป็นภาษาแสก
ต่อจากนั้นก็เป็นพิธีโยนเหรียญ ซึ่งลักษณะเหรียญจะเป็นเหรียญแบบโบราณหรือสตางค์แดงทาสีขาวด้านเดียว จำนวนสองเหรียญ หมอเหยาหรือ หมอเยา จะโยนเหรียญแบบโบราณหรือสตางค์แดงขึ้นเพื่อเสี่ยงทายว่าที่จัดพิธีในวันนี้ขึ้นขออนุญาตถ่ายรูปจะได้ไหม และพอใจกับการกระทำนี้ไหม แล้วก็โยนเหรียญลงกับพื้น หากเหรียญตกลงหงายด้านเดียวกัน สีขาวเหมือนกันหรือดำเหมือนกันแสดงว่าไม่พอใจ ถ้าหากเหรียญสองเหรียญต่างกัน แสดงว่าอนุญาตหรือพอใจ ถ้าหากเหรียญเหมือนกันคือไม่พอใจ ต้องทำพิธีใหม่และเสี่ยงอีกครั้งจนกว่าจะพอใจ
การแสดงเต้นสากของชาวแสกหลังจากเสร็จพิธีบวงสรวงองมู่แล้ว ชาวแสกก็จะนำสากตำข้าว (สมัยโบราณ) ลักษณะคอดตรงกลาง ปัจจุบันเป็นแบบตรง วางบนไม้แท่นแล้วกระทบกันให้เป็นจังหวะที่ไม้กางออกซึ่งจะมีอยู่ประมาณ ๑๐-๒๐ คู่ มาเต้นบวงสรวง การแสดงเต้นสากนี้จะเผยแพร่ให้ผู้อื่นที่มิใช่ชาวแสกไม่ได้เด็ดขาด หากผู้ใดสนใจก็จะศึกษาค้นคว้า ก็ต้องขออนุญาตจากองมู่ก่อน
การแสดงเต้นสากโชว์หรือพิธีสำคัญ ๆ ชาวแสกจะต้องแต่งกาย ดังนี้
เสื้อ แขนกระบอกสีดำ
ผ้านุ่ง ผ้าถุงยาวกรอมเท้า
ผ้าคาดเอว หรือเข็มขัด ทำด้วยผ้าตีนจก
สไบ ห่มสไบสีแดงทับ
เครื่องประดับ สร้อย ต่างหู เท่าที่หาได้
เครื่องดนตรีประกอบการเล่น
เครื่องดนตรีที่ใช้ในการเต้นสาก ไม่มีอะไรมากมีเท่าที่หาได้เช่น กลอง ฉิ่ง ฉาบ เพราะเหตุที่ไม่มีเครื่องดนตรีประกอบนี้เอง จึงทำให้ไม่ค่อยมีผู้นิยมมากนัก (ปัจจุบันมี แคน และร้องเพลง ประกอบด้วย)

สาระ

เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจของชาวแสกในหมู่บ้าน และความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณและนอกจากนั้นยังแสดงถึงความเชื่อทางไสยศาสตร์ เพราะชาวแสกนับถือ ผี" แบบชาวอีสานทั่วไป แตกต่างกันตรงที่ชาวแสกจะสานตะกร้าด้วยไม้ไผ่ซ่อนไว้หรือซุกไว้มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน เพื่อให้ผีได้มาพักอาศัยอยู่ในนั้น เวลาเจ็บป่วยก็จะมีหมอเหยามาทำพิธีคล้ายกับ รำปอบผีฟ้า" หรือ รำผีฟ้า" และรักษากับสมุนไพร ปัจจุบันชาวแสกก็ดำเนินชีวิตเหมือนชาวอีสานทั่วไป