เตาเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์

  • เตาเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์
  • เตาเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์
  • เตาเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์
เตานายเจียน
เตาบะระแนะ
สถานที่ตั้ง อำเภอบ้านกรวด และอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์

ประติความเป็นมา
เครื่องเคลือบดินเผาซึ่งมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เคลือบสีน้ำตาล สีเขียว และสีขาว มีคนพบตามศาสนสถานในอีสานใต้และในประเทศกัมพูชาโดยเฉพาะในประเทศกัมพูชา มีผู้สนใจศึกษา โดยขุดค้นแหล่งที่พบตามปราสาทต่างๆกำหนดอายุและสถานที่ค้นพบเรียกเป็นยุคกุเลน ลีเดอแวง ปาปวนชัยวรมันที่ ๕ นครวัด และบายน กำหนดอายุตามปราสาท คือราว ๑ พันปี แต่ไม่มีใครรู้แหล่งผลิต จึงเรียกรวมๆกันว่าเครื่องถ้วยเขมรจนกระทั่งมีการบุกเบิกพื้นที่ชายแดนไทย-เขมร ตั้งแต่ราว พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นต้นมา มีการตั้งอำเภอบ้านกรวด ละหานทราย และบุกเบิกทำมาหากินมากขึ้น จึงมีผู้ค้นพบเตาและเครื่องเคลือบดินเผาจำนวนมาก มีผู้ทำธุรกิจซื้อขายกันทั่วไป กระทั่งเมื่อราว พ.ศ. ๒๕๓๐ กรมศิลปากรจึงออกมาสำรวจและขุดค้น พร้อมทั้งอาคารคลุมเตาไว้ที่เตานายเจียนและเตาสวาย อำเภอบ้านกรวด เครื่องถ้วยนี้จึงเรียกเป็นเครื่องบ้านกรวด ตามแหล่งที่พบเตาส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอบ้านกรวด กว่าร้อยเตา

ลักษณะทั่วไป
เตาเครื่องเคลือบดินเผาแบบบ้านกรวด เป็นเตายาวสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อขึ้นบนดินหรือเนินดินสูง ขึ้นโครงด้วยไม้ไผ่สาน ฉาบด้วยดินเหนียวเผาเป็นอิฐดิบ (ไม่ใช่อิฐเป็นก้อน) มีกองดินเป็นเสาค้ำอยู่ตรงกลาง บรรจุภาชนะด้านข้างเตา ความยาวของเตามีถึง ๑๒ เมตร กว้าง ๓ เมตร แต่ขนาดจะแตกต่างกันตามมาตรฐานของธุรกิจ เตาส่วนใหญ่หันปล่องเตาไปทางทิศใต้ ช่องบรรจุฟืนอยู่ทางทิศเหนือ แสดงว่าเผาในช่วงฤดูหนาวซึ่งลมพัดมาจากทิศเหนือ ปัจจุบันกรมศิลปากรทำหลังคาคลุมไว้มีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษา

หลักฐานที่พบ
๑. โครงสร้างเตา ร่องรอยการขึ้นโครงเตา ปล่องไฟ
๒. เครื่องถ้วยชามชนิดต่างๆ เช่น ไห คนโทน้ำ ถ้วย แจกัน วัสดุก่อสร้าง เครื่องประดับตกแต่งตัวอาคารเป็นต้น
๓. เครื่องมือในการผลิต เช่น แท่นหินบด วัสดุทำเครื่องเคลือบ

เส้นทางเข้าสู่เตาเผาเครื่องเคลือบ
จากจังหวัดบุรีรัมย์ไปตามถนนหมายเลข ๒๑๙ สายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ระยะทางประมาณ ๔๔ กิโลเมตร จากนั้นไปตามถนนหมายเลข ๒๐๗๕ สายประโคนชัย-อำเภอบ้านกรวด ระยะทางประมาณ ๒๒ กิโลเมตร