สถานที่ตั้ง อยู่บนอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน

สิ่งดึงดูดใจ
สุสานหอย จะประกอบด้วยเทือกเขาหินที่มีหอยทะเล เช่น หอยแครง หอยกาบ ขนาดเล็กแทรกอยู่ และยังเห็นสภาพหอยอยู่อย่างชัดเจน บริเวณที่พบเป็นรอยต่อของเทือกเขาดอย ภูแว โดยเทือกเขาสุสานหอยจะอยู่ลาดต่ำลงมา ซึ่งสันนิษฐานว่าหอยแครงคงจะเป็นหอยที่มีน้ำหนักมากกว่า จึงตกตะกอนก่อนหินชนิดอื่นและเมื่อถูกดินโคลนทับถมภายใต้แรงกดดันและความร้อนจากพื้นโลก ตลอดถึงขบวนการทางเคมี ทำให้แปรสภาพเป็นหินแข็งและมีเปลือกหอยติดอยู่ในสภาพของ ฟอสซิล (phossil) ในส่วนที่เป็นเปลือกหอยที่เบากว่าจะตกตะกอนบริเวณที่ลึกลงไปอีก และเมื่อเกิดการดันตัวของเปลือกโลก จึงทำให้จุดที่ลึกที่สุดกลายเป็นดอยภูแว และถัดออกไปก็จะเป็นบริเวณที่อยู่ของสุสานหอยแครง ทั้งนี้เพราะว่าบริเวณดอยภูแวจะเป็นเทือกเขาหินปูนขาวไปทั้งลูก ซึ่งหินปูนก็จัดเป็นหินตะกอนชนิดหนึ่ง เกิดจากการทับถมตัวของซากเปลือกหอยหรือซากปะการังโบราณนั่นเอง
จากข้อมูลทางธรณีวิทยา ทางศูนย์วัฒนธรรมอำเภอปัวได้นำหอยตัวอย่างมอบให้แก่เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีคือ ดร.จงพันธุ์ จงลักษณ์มณี นักธรณีวิทยา ฝ่ายโบราณชีววิทยา กองธรณีวิทยา เป็นผู้นำไปตรวจสอบ ก็พบว่าหอยตัวอย่างที่พบนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า paleocardita species อยู่ใน classpelecypoda อยู่ใน phylum mollusca อยู่ในช่วง ๑๙๕ - ๒๐๕ ล้านปี อยู่ในยุค triassic
บริเวณใกล้ ๆ ดอยภูแวและสุสานหอย ยังพบถ้ำอีกมากมายหลายแหล่งล้วนแต่เป็นถ้ำภูเขาหินปูนแทบทั้งสิ้น ดังนั้นบริเวณดอยภูแวสุสานหอย จึงจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอุทยานแห่งชาติดอยภูคาอีกแห่งนี้

สิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว
มีสำนักงานของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา สังกัดกรมป่าไม้ เป็นแหล่งให้ข้อมูลก่อนเดินทางขึ้นไปเที่ยวมีที่พักและห้องน้ำที่สะดวกและสะอาดบริการ

เส้นทางเข้าสู่สุสานหอย ดอยภูแว
เส้นทางไปดอยภูแว จะผ่านอำเภอเชียงกลาง โดยไปทางบ้านกอก บ้านชี แล้วแยกไปทางบ้านปางแกอำเภอทุ่งช้าง และโดยสารรถยนต์ไปตามเส้นทางนี้ไปจนถึงบ้านน้ำเปิน และบ้านค้างฮ่อ อำเภอปัว แล้วเดินทางต่อไปอีกจนถึงสุสานหอย หรือดอยภูแว ระยะทางประมาณ ๕๐ กิโลเมตร จากอำเภอเชียงกลาง หรือจะไปทางบ้านสกาด ตำบลสกาด ในเขตอำเภอปัว แล้วไปตามเส้นทางขุนน้ำปัวบ้านค้างฮ่อก็ได้