• สืบชะตา
  • สืบชะตา
ช่วงเวลา ไม่กำหนดเวลา

ความสำคัญ

เป็นการต่ออายุให้มีความสุขพ้นจากภยันตรายทั้งปวง

พิธีกรรม

การสืบชะตา แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ สืบชะตาหลวง ให้ทุกคนในครอบครัวไปนั่งรวมกันภายในบริเวณขาตั้งสามเหลี่ยมที่จัดไว้ สืบชะตาน้อยจะมีผู้สืบชะตาคนเดียวที่ไปนั่งในขาตั้งสามเหลี่ยม โดยมีวัสดุอุปกรณ์และพิธีกรรมปฏิบัติดังนี้
วัสดุ

อุปกรณ์

๑. ขันตั้ง ประกอบด้วยของอย่างละ ๔ ได้แก่ หมาก ๔ พลู ๔ เทียน ๔ คู่ ธูป ๔ คู่ ดอกไม้ ๔ เงิน ๕ บาท ๑ สลึง ข้าวสาร ผ้าขาวผ้าแดง
๒. วัสดุที่ใช้สืบชะตา
๑) ต้นกล้วยต้นอ้อย(ให้ความหมายว่าเกิดความงอกงามสดชื่น)
๒) ไม้ง่ามความยาวเท่าศอกของผู้สืบชะตา
๓) หมาก พลู
๔) ตุง (การตัดกระดาษแก้วให้เป็นรูปตุ๊กตา) เลือกสีประจำเทวดานพเคราะห์
๕) ข้าวเปลือก ข้าวสาร
๖) ผลไม้ส่วนใหญ่จะใช้มะพร้าว กล้วยทั้งดิบและสุก
๗) กระบอกน้ำ กระบอกทราย ใช้กระบอกไม้ไผ่ โดยมีข้อแม้ว่า น้ำอยู่บนปลาย ทรายอยู่ล่าง
๘) ด้ายสายสิญจน์
๙) บาตรน้ำมนต์ (น้ำมนต์ประกอบด้วยฝักส้มป่อยเผา แล้วห้ามเป่า นำไปแช่ในน้ำสะอาด)

พิธีกรรม

๑. พระสงฆ์นำสายสิญจน์ มาผูกคอผูกสืบชะตาทุกคนแล้วเริ่มสวด
๒. เมื่อใกล้จะจบพอสวดถึงคำว่า ขีณํ ปุราณํ นวํ นตํกิ สมราวิ ฯลฯ ก็จะมีผู้เฒ่าเป็นหญิงหม้ายลงไปใต้ถุนบ้าน เริ่มเผา ด้ายสายสิญจน์ ซึ่งมัดขึงไว้กับเส้นลวด โดยมีความยาวของด้ายเท่ากับ ๑ วา ของผู้สืบชะตาทุกคน การเผาเรียกว่าเผาสายสิญจน์ ค่าคิง ผู้ป่วยจะมีอายุยืนยาวต่อไปหรือมีความเชื่อว่าตายแล้วจะเกิดใหม่
๓. พอสวดเสร็จพิธี อาจารย์ผู้ที่อาราธนาศีล จะเป็นผู้เก็บขาตั้งสามเหลี่ยม
๔. การนำไปทิ้งส่วนใหญ่จะนำไปเก็บไว้ในวัดที่มีต้นโพธิ์หรือต้นไม้ใหญ่ๆ หรืออาจจะเก็บไว้ในป่าที่มีต้นไม้ใหญ่

สาระ

การสืบชะตาคล้ายกับการสะเดาะเคราะห์ แต่การสืบชะตามีขั้นตอนและวิธีการยากกว่ามีวัสดุอุปกรณ์มากกว่า เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้เข้าทำพิธี ผู้ที่จะสืบชะตาจะเป็นคนเจ็บป่วยหรือไม่ก็ได้ แต่เห็นว่าปีหนึ่งควรจะทำเสียครั้งหนึ่งเพื่อให้อยู่อย่างมีความสุข