ประเพณีกินผัก (กินเจ)

  • ประเพณีกินผัก (กินเจ)
  • ประเพณีกินผัก (กินเจ)
  • ประเพณีกินผัก (กินเจ)
  • ประเพณีกินผัก (กินเจ)
  • ประเพณีกินผัก (กินเจ)
  • ประเพณีกินผัก (กินเจ)
  • ประเพณีกินผัก (กินเจ)
  • ประเพณีกินผัก (กินเจ)
ช่วงเวลา ตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ ถึงขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๙ ของจีน ตรงกับเดือน ๑๑ ของไทย

ความสำคัญ

คนภูเก็ตส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ประเพณีและความเชื่อของคนจีนจึงฝั่งรากลึก และยึดถือปฏิบัติสืบทอดอยู่จนปัจจุบัน เมื่อถึงเทศกาลกินผัก ชาวภูเก็ตร้อยละแปดสิบจะปฏิบัติตามประเพณีนิยม พร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาว ร่วมกันถือศีลกินผัก เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ และระลึกถึงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ตนเคารพนับถือ โดยยึดถือวิญญาณนั้น ๆ เป็นเสมือนเจ้าหรือเซียน ให้ช่วยปกป้องคุ้มครอง

พิธีกรรม

๑. การถือศีล การปฏิบัติจะเริ่มในแรม ๑ ค่ำเดือน ๙ ผู้ที่ถือศีลกินผักจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาว ละเว้นจากสิ่งที่ทำให้จิตใจมัวหมอง รักษากาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ เว้นจากการพูดโกหก เบียดเบียน ลักทรัพย์ และการข้องแวะในกาม การดื่มสุราของมึนเมา และเว้นจากการฆ่าสัตว์
๒. พิธีบูชาเจ้า ประเพณีถือศีลกินผัก เริ่มด้วยการจุดตะเกียงน้ำมัน ขึ้นสู่เสาใหญ่สีแดง ที่ตั้งสูงตระหง่านที่หน้าอ้าม (ศาลเจ้า) เรียกว่า เสาโกเต๊ง ซึ่งจะยกเสาในตอนเย็นก่อนเริ่มงานหนึ่งวัน เสาโกเต๊งเป็นเครื่องหมายสำคัญที่อัญเชิญดวงวิญญาณของเจ้ามาประทับ บนยอดเสาจะแขวนตะเกียงไว้ ๙ ดวง หมายถึง วิญญาณของกิ๋วอ๋องไตเต (ผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้า) วันรุ่นขึ้นซึ่งเป็นวันงานจะมีการบูชาเจ้าด้วยการจุดธูปขนาดใหญ่ เผาไม้หอม กระดาษเงินกระดาษทอง ตั้งเครื่องเซ่นบูชาเจ้า
๓. การอัญเชิญเจ้าเข้าทรง จะทำที่อ้ามทุกวันโดยเฉพาะวันสำคัญคือวัน ๓ ค่ำ ๖ ค่ำ และ ๙ ค่ำ โดยมีม้าทรง (คนทรง) และพี่เลี้ยง ๒-๓ คนเป็นผู้ช่วย คอยกล่าวบทอัญเชิญ ตีล่อโก๊ะ ตีกลอง จุดธูป เผาไม้หอม เซ่นไหว้ด้วยผลไม้ เมื่อเจ้าประทับทรงแล้ว ม้าทรงจะหยิบธงหรืออาวุธคู่มือของเจ้าได้ถูกต้อง พี่เลี้ยงจะคอยเอาเสื้อยันต์ประจำตัวของเจ้ามาผูกใส่ให้ เจ้าจะคว้าอาวุธคู่มือมาร่ายรำฟาดฟันร่างกายตนเอง
๔. พิธีโขกุ้น เป็นการบวงสรวงทหารของเจ้า ซึ่งเป็นบริเวณของเจ้าแต่ละองค์ จะทำพิธีใน ๓ ค่ำ ๖ ค่ำ และ ๙ ค่ำ หลังเที่ยง จะเตรียมอาหารและเหล้า ส่วนหญ้าและถั่วจะเป็นอาหารม้า ในตอนกลางคืนจะตรวจพลทหารตามทิศต่าง ๆ ๕ ทิศ
๕. พิธีซ้องเก็ง คือการสวดมนต์ เริ่มสวดตั้งแต่กิ๋วอ๋องฮุดโจ้ว เข้าประทับในโรงพระจะทำพิธีสวดวันละ ๒ ครั้ง ในตอนเช้าและตอนย่ำค่ำ หลังจากสวดมนต์กลางคืนแล้วจะมีการอ่านรายชื่อผู้ที่เข้าร่วมกินผัก เป็นการเบิกตัวเข้าเฝ้าเจ้า
๖. พิธีบูชาดาว ทำในคืน ๗ ค่ำ เพื่อให้ช่วยคุ้มครองผู้ที่กินผัก ในพิธีจะมีการทำฮู้ (กระดาษยันต์) แจก
๗. พิธีพระออกเที่ยว (การแห่เจ้า) โดยเจ้าจะออกเยี่ยมประชาชนตามบ้าน มีขบวนธงและป้ายชื่อแห่นำหน้า มีขบวนหามเกี้ยวพระโดยมีรูปเจ้าแต่ละองค์นั่งในเกี้ยวไปตามลำดับชั้นและยศของเจ้า ขบวนเกี้ยวใหญ่ใช้คนหาบ ๘ คน จะเป็นที่ประทับของกิ๋วอ๋องฮุดโจ้ว ชาวบ้านจะตั้งโต๊ะบูชาหน้าบ้านและจุดประทัดต้อนรับเมื่อขบวนไปถึง
๘. พิธีลุยไฟ กองไฟถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ใช้ชำระความสกปรกของร่างกายให้บริสุทธิ์ ในแง่ความศักดิ์สิทธิ์เป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์บังคับไฟไม่ให้ร้อน ลุยได้ทั้งเจ้าและประชาชนทั่วไป
๙. พิธีโก๊ยห่าน เป็นการสะเดาะเคราะห์ ต้องตัดกระดาษทองเป็นรูปคนแทนตัวเองคนละรูป ตัดผม ตัดเล็บ เหรียญกษาปณ์ ต้นกุ้ยช่ายแทนสิ่งชั่วร้ายในตัวคน นำสิ่งเหล่านี้มาที่ศาลเจ้าแล้วให้เจ้าประทับตราที่ด้านหลังเสื้อ ผู้ที่ผ่านพิธีโก๊ยห่านมาแล้วจะมีตราประทับติดเสื้อด้านหลังทุกคน
๑๐. พิธีส่งพระ ทำในวันสุดท้ายของการกินผัก โดยตอนกลางวันจะมีการส่งเทวดา คือเง็กเซียนฮ่องเต้ที่เสาธง ตอนกลางคืนจะมีการส่งพระกิ๋วอ๋องฮุดโจ้วกลับสวรรค์ โดยส่งกลับทางทะเล เมื่อขบวนส่งพระออกพ้นประตู ไฟทุกดวงในอ้ามต้องดับแล้วปิดประตูใหญ่ ตะเกียงที่เสาธงถูกดึงขึ้นสูงสุด รุ่งเช้าจึงเอาเสาธงลงและเรียกกำลังทหารกลับ

สาระ

พิธีกินผักนอกจากจะสะเดาะเคราะห์ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ หรือโรคร้ายจากตัวผู้กินผักแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงการเคารพบรรพบุรุษ เป็นการฝึกจิตใจของผู้กินผักให้บริสุทธิ์เพราะได้รักษาศีลและยังสร้างความสามัคคีอีกด้วย