• บั้งไฟพญานาค
  • บั้งไฟพญานาค
ลักษณะความเชื่อ
บั้งไฟพญานาค เป็นปรากฏการณ์ที่ลูกไฟขนาดเท่าหัวแม่มือจนถึงขนาดไข่ไก่สีชมพูอมแดง ไม่มีควัน กลิ่น หรือเสียง พุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขงสู่อากาศสูงประมาณ ๒๐-๕๐ เมตร แล้วหายไป มีจำนวนไม่แน่นอนจะเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐-๒๑.๐๐ น. ในเขตท้องที่อำเภอโพนพิสัย อำเภอปากคาด กิ่งอำเภอรัตนาวาปี อำเภอบึงกาฬ อำเภอเมือง อำเภอศรีเชียงใหม่ และอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งตรงกับวันออกพรรษาแต่ถ้าปีใดมีเดือน ๘ สองหน จะเกิดในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งตรงกับวันออกพรรษาของประเทศลาว

ความสำคัญ

๑. ชาวบ้านเชื่อกันว่าพญานาคจุดบั้งไฟขึ้น เพื่อถวายพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นพุทธบูชาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ แต่ถ้าปีใดมีเดือน ๘ สองหนจะตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี
๒. นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า น่าจะเกิดจากกลุ่มก๊าซซึ่งมีมวลเพราะสามารถแทรกน้ำขึ้นมาได้ มีขนาดเบากว่าอากาศไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และจุดติดไฟได้เองในอากาศ กลุ่มก๊าซเหล่านี้จะเกิดจากอินทรีย์วัตถุ เช่น มูลสัตว์ ซากพืช ซากสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตที่ตายทับถมกันจนเกิด Bacteria Ferment เป็นกลุ่มก๊าซแล้วผุดขึ้นมาเป็นลูกเหนือผิวน้ำ และติดไฟด้วยตนเอง

พิธีกรรม

ชาวบ้านเชื่อกันว่าบริเวณแก่งอาฮง ตำบลหอคำ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย เป็นจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง หรือที่เรียกว่า "สะดือแม่น้ำโขง" ซึ่งมีขนาดความลึก ๙๘ วา ด้านล่างจะเป็นถ้ำขนาดใหญ่ทะลุไปจนถึงภูเขางู ซึ่งอยู่ในฝั่งของประเทศลาวและเชื่อกันว่า เป็นเมืองของพญานาค บรรดาพวกชาวเรือที่ขับเรือผ่านมาทางนี้จะต้องเซ่นไหว้ด้วยหมาก พลู บุหรี่ เหล้าขาว ที่บริเวณแก่งอาฮงนี้ นอกจากนี้เมื่อเวลามีคนตกน้ำในแม่น้ำโขงศพจะลอยมาติดอยู่ที่แก่งนี้แห่งเดียวและจะไม่ลอยไปที่อื่นเลย เนื่องจากมีพญานาคคอยดูแลหรือเรียกว่า "เจ้าแม่สองนาง"
ดังนั้น ชาวบ้านจึงพากันสร้างศาลเจ้าแม่สองนางไว้ตามริมฝั่งแม่น้ำโขงทุกอำเภอ ที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง เรียกว่า "ศาลเจ้าแม่สองนาง" โดยจะมีพิธีกรรมบวงสรวงและจัดพิธีไหว้เรือไฟแม่น้ำโขง บูชาพญานาคเพื่อให้คุ้มครองป้องกันอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในแม่น้ำโขง และเพื่อให้เกิดเป็นสิริมงคลต่อชีวิตเป็นประจำทุกปี