สถานที่ตั้ง หมู่ที่ ๑๐ บ้านน้ำพุ ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

ประวัติความเป็นมา
ถ้ำพระโพธิสัตว์ มีชื่ออีกอย่างว่าถ้ำพระงามหรือถ้ำเขาน้ำพุ เป็นถ้ำที่มีภาพสลักนูนต่ำบนผนังสันนิษฐานว่าเป็นภาพสลักเล่าเรื่องพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่เทพยดา เป็นศิลปกรรมสมัยทวารวดี(พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖)

ลักษณะทั่วไป
ถ้ำพระโพธิสัตว์ประกอบด้วยคูหาใหญ่น้อย ๖ คูหา คูหาที่มีภาพสลักบนผนังเป็นคูหาติดปากทางเข้าและเป็นคูหาที่แสงสว่างส่องถึงมากที่สุด คูหานี้มีเจดีย์ปิดทองตั้งอยู่บนฐานโบกปูน ปูด้วยกระเบื้อง เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นสมัยปัจจุบัน ณ ผนังด้านเหนือของคูหานี้ สูงจากพื้นถ้ำ ๓.๒๗ เมตร ถึง ๕.๓๕ เมตร มีภาพสลักนูนต่ำ ขอบเขตของภาพ ๓.๓๐ X ๒.๐๘ เมตร เป็นภาพที่ประกอบด้วยรูปบุคคล (figures) ๖ ภาพในอิริยาบทต่างกัน จากท่าทางของบุคคลในภาพ ประกอบกับเครื่องแต่งกายและสิ่งประกอบอื่นๆ

หลักฐานที่พบ
ที่ถ้ำนี้นอกจากจะพบภาพสลักนูนต่ำศิลปกรรมสมัยทวาราวดีอันเป็นประจักษ์พยานว่าพระพุทธศาสนาได้แผ่มาถึงถิ่นนี้ตั้งแต่ยุคสมัยโน้นแล้ว ยังเคยมีการสำรวจพบเครื่องมือเครื่องใช้มนุษย์สมัยหินกลาง(อายุประมาณ ๑๑,๐๐๐-๘,๓๕๐ ปี) ที่ถ้ำนี้ (ชิน อยู่ดี. สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย รุ่งเรืองการพิมพ์, ๒๕๓๙, น.๓๔) อ้างเป็นหลักฐานว่า ท้องถิ่นนี้เคยมีมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์เข้ามาพักอาศัยอยู่แล้ว

เส้นทางเข้าสู่ถ้ำพระโพธิสัตว์
จากสระบุรีตามถนนหมายเลข ๒ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๑๒๙ มีทางแยกเลี้ยวขวาเข้าข้างสำนักงานพัฒนาชุมชนเขต ๑ ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ถึงแยกเลี้ยวซ้าย (มีภูเขาขนาบสองข้าง) ระยะทาง ๙กิโลเมตร และเดินขึ้นบันไดอีก ๒๕๗ ขั้น ก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ