ชุมชนโบราณสีหยัง - เจดีย์งาม

สถานที่ตั้ง ตำบลบ่อตรุ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

ประวัติความเป็นมา
บริเวณสันทรายริ้วใหญ่ตอนใน มีวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศรีวิชัย ปรากฏหลักฐานในหนังสือกัลปนาวัดหัวเมืองพัทลุง สมัยอยุธยา เรียกชื่อวัดนี้ว่า "วัดศรีกูยัง" ในแผนที่กัลปนาวัดเมืองพัทลุง เรียกชื่อวัดนี้ว่า "วัดสีกุหยัง" เป็นวัดที่สมเด็จพะโคะหรือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เมื่อครั้งเป็นสามเณรได้เคยมาศึกษาธรรมบททศชาติที่วัดนี้ ส่วนวัดเจดีย์งามตั้งอยู่ห่างจากวัดสีหยังไปทางทิศเหนือประมาณ ๓ กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัยเช่นกัน ในแผนที่ภาพกัลปนาวัดหัวเมืองพัทลุงในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรียกชื่อวัดนี้ว่า "วัดพระไจดีงาม" เป็นวัดที่ขึ้นกับวัดเขียน บางแก้ว คณะปาแก้วหัวเมืองพัทลุง

ลักษณะทั่วไป
บริเวณวัดสีหยังจะมีคูขุดล้อมรอบทั้ง ๔ ด้าน เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีความกว้างประมาณ ๒๐๐ เมตร คูกว้าง ๓๐ เมตร ปัจจุบันแนวคูได้ตื้นเขินไปมากแล้ว

หลักฐานที่พบ
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ หน่วยศิลปากรที่ ๙ สงขลา กองโบราณคดี ได้สำรวจขุดแต่งบูรณะวัดสีหยัง พบว่ามีซากสถูปก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่ในเนินดินเป็นสถูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ส่วนบนหักหายไปมีการใช้หินปะการัง ซึ่งมีอยู่ในท้องถิ่นมาทำเป็นรูปบัวของสถูปแทนอิฐ นอกจากนี้ยังพบเศษภาชนะดินเผาเนื้อดินธรรมดาและแบบเคลือบและยังเคยพบประติมากรรมสำริดในบริเวณใกล้เคียง เป็นเทวรูปสำริดพระกรถือรวงข้าว (ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่วัดสีหยัง) และบริเวณรอบๆ สถูปยังปรากฏคันคูดินโบราณที่บ่งบอกถึงความเป็นชุมชนโบราณอยู่ด้วย
ภายในวัดเจดีย์งามมีโบราณวัตถุที่เป็นหลักฐานให้เห็น คือ เจดีย์พระมหาธาตุเป็นเจดีย์ที่ก่อด้วยอิฐปะการังทั้งองค์ เรียงอิฐไม่สอปูนแบบไม่มีระบบ ฐานเจดีย์มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง ๘.๒๐ เมตร ยาว ๑๒.๒๐ เมตร สูง ๒๐ เมตร องค์เจดีย์เดิมสันนิษฐานว่าเป็นแบบศรีวิชัยอย่างพระบรมธาตุไชยา และเปลี่ยนเป็นแบบลังกา คือ แบบโอคว่ำอย่างเดียวกับพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่ยังมีอิทธิพลศิลปะศรีวิชัยให้เห็น คือ การก่อสร้างเจดีย์บริวารล้อมรอบเจดีย์องค์ใหญ่ ส่วนทางทิศตะวันออกของเจดีย์พระมหาธาตุเป็นวิหารพระโพธิสัตว์ ฐานวิหารเดิมก่อด้วยอิฐเผาและอิฐปะการังไม่สอปูน ขนาดกว้าง ๗.๘๐ เมตร ยาว ๑๔.๒๐ เมตร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัยเช่นกัน

เส้นทางเข้าสู่ชุมชนโบราณสีหยัง-เจดีย์งาม
จากจังหวัดสงขลาโดยทางหลวงหมายเลข ๔๐๘ ระยะทางประมาณ ๗๐ กิโลเมตร