ความเชื่อเรื่องน้ำส้มสายชู

ลักษณะความเชื่อ
ในสมัยโบราณคนลพบุรีมีความเชื่อว่าไม่ให้นำน้ำส้มสายชูเข้าเมืองลพบุรี ความเชื่อเรื่องนี้ผู้ใหญ่เล่าต่อกันมาให้ลูกหลานฟังจนติดหู แม้ในปัจจุบันความเชื่อนี้จะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม

ความสำคัญ

ความเชื่อเรื่องไม่ให้นำน้ำส้มสายชูเข้าเมืองลพบุรีมีที่มาเกี่ยวกับตำนานการสร้างเมืองลพบุรีว่า หลังจากที่พระรามปูนบำเหน็จความชอบให้หนุมานทหารเอก ที่ช่วยปราบวงศ์ยักษ์ได้สำเร็จ โดยการให้มาครองเมืองลพบุรีนั้น ยังมียักษ์ตนสุดท้ายหลงเหลือมาอาจหาญลองดีต่อกรกับพระรามอีก ยักษ์ตนนี้ชื่อ "ท้าวกกขนาก" คอยทำร้ายและจับชาวเมืองกิน ร้อนถึงพระรามต้องเสด็จมาปราบท้าวกกขนาก พระรามทรงใช้เขากระต่ายมาทำเป็นคันศร ใช้หนวดเต่ามาขึงเป็นสายศรและใช้หญ้าปล้องทำเป็นลูกศรแผลงไปฆ่าท้าวกกขนาก ฤทธิ์ศรทำให้ท้าวกกขนากกระเด็นจากกรุงลงกาในชมพูทวีปมาตกบริเวณเขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี แต่ยักษ์ตนนี้ยังไม่ตายเพียงแต่สลบไปเพราะฤทธิ์ศรของพระรามเท่านั้นพระรามทรงสาปให้ศร
ดังกล่าวปักอกตรึงยักษ์ตนนี้ไว้บนยอดเขาชั่วกัลป์ จะได้ไม่ไปทำอันตรายใครๆ ได้ ศรที่ปักอกท้าวกกขนากนั้นจะคลายความแน่นลงทุกๆ สามปี และถ้าปล่อยให้ลูกศรหลุดจากอกได้เมื่อไรท้าวกกขนากก็จะกลับฟื้นคืนชีวิต ลุกขึ้นมาจับคนกินหมดทั้งเมือง ด้วยความรอบคอบพระรามจึงทรงสั่งให้ไก่แก้วมาคอยเฝ้าท้าวกกขนากไว้ ถ้าเห็นศรเขยื้อนขึ้นเมื่อใดให้ไก่แก้วขันขึ้นเป็นสัญญาณให้หนุมานเจ้าเมืองได้ยิน หนุมานจะเหาะมาตอกศรกลับตรึงให้แน่นตามเดิม ตามตำนานยังเล่าอีกว่าขณะที่หนุมานตอกศรจะเกิดเป็นประกายไฟกระเด็นไปเผาผลาญบ้านเรือนของชาวเมืองลพบุรี เชื่อกันว่าด้วยเหตุนี้เองจะทำให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นในจังหวัดลพบุรีทุกๆ สามปี นอกจากนี้ศรพระรามที่ปักอกท้าวกกขนากจะหลุดถอนออกได้โดยง่ายถ้าถูกราดด้วยน้ำส้มสายชู ทำให้ชาวเมืองลพบุรีในสมัยก่อนไม่มีใครกล้านำน้ำส้มสายชูเข้าเมืองลพบุรี เพราะเกรงว่านางนงประจันต์ หรือนงพระจันทร์ ซึ่งเป็นลูกสาวคนสวยของท้าวกกขนากจะแอบมาขอซื้อน้ำส้มสายชูเพื่อนำไปช่วยยักษ์ผู้เป็นบิดาของนาง แต่นางก็ไม่เคยซื้อน้ำส้มสายชูได้เลยเพราะชาวเมืองลพบุรีสมัยก่อนไม่ยอมนำน้ำส้มสายชูเข้าเมืองเด็ดขาด