ลักษณะความเชื่อ
ตามหลักจิตวิทยามนุษย์เป็นสัตว์สังคมและมีสัญชาตญาณแห่งความกลัว ดังนั้นมนุษย์จึงหาที่พึ่งทางใจ ในยุคแรกๆ ก็พึ่งสิ่งเหนือธรรมชาติ สิ่งใหญ่ต่าง ๆ เช่น ต้นไม้ใหญ่เชื่อว่ามีผี มีรุกขเทวดาสิงสถิตอยู่ ความเชื่อนี้เป็นที่มาแห่งการทำขวัญเพื่อความเป็นสิริมงคล คำว่า ขวัญ นั้น หมายถึง สิ่งที่ไม่มีตัวตนถือกันมาแต่โบราณว่ามีประจำอยู่ในตัวคนมาแต่เกิด ถ้าขวัญยังอยู่กับตัวใครก็ทำให้คนนั้นอยู่เย็นเป็นสุข

ความสำคัญ

การทำขวัญจะมีหมอทำขวัญ ซึ่งเป็นผู้มีวิชาความรู้ทางด้านเรียกขวัญ เป็นผู้กล่าวคำเชิญขวัญให้มีเนื้อความตรงกับสิ่งที่กำลังทำพิธีอยู่ เช่น เรียกขวัญเด็กทารก ก็จะกล่าวเชิญแม่ซื้อให้มารักษาตัวเด็กไม่ให้เจ็บไข้ หากทำขวัญคู่บ่าวสาวก็ให้อยู่รักกันนาน ๆ ไม่บาดหมางใจกัน ถ้ามีบุตรก็ขอให้เลี้ยงง่าย โตเร็วเป็นเด็กดี ถ้าทำนาก็จะมีบทเรียกขวัญข้าวทุกขั้นทุกตอนของการทำนา ตั้งแต่แรกนาขวัญ จนกระทั่งนำข้าวเข้ายุ้งฉาง ลักษณะคำประพันธ์ที่แต่งส่วนใหญ่จะแต่งทำนองเดียวกับร่ายยาวเทศมหาชาติทั้งทำนองเดินและขึ้น

พิธีกรรม

การทำขวัญคน จะนำข้าวสารซัดใส่ผู้เจ็บป่วยมีอุปกรณ์คือ มีด กะลามะพร้าว ข้าวเปลือก เพื่อขับไล่ผีร้ายก่อนเรียกขวัญ มีเนื้อความดังนี้
ผีตายโหง ผีตายห่า ผีเขาฆ่า ผีเขาฟัน เขาบั่นเขารอน เขาทอนหัวทิ้ง เขายิง ตกน้ำ มึงมาที่ไหน มึงไปที่นั่น กินแล้วพอ เมื่อเขาล่อห่อไป มึงมาที่ไหน มึงไปที่นั้น เมื่อพูดจบใช้มีดขีดลงบนพื้น ๓ ครั้ง แล้วขว้างกะลาและข้าวเปลือกออกไป เมื่อมีอาการสงบ เชื่อว่าผีร้ายนั้นได้ออกจากร่างแล้วจึงทำพิธีเรียกขวัญต่อไป
ตัวอย่างบทเรียกขวัญคน มีเนื้อความดังนี้
ขวัญเอย มาอยู่กับเนื้อกับตัว อยู่กับพ่อกับแม่ ไปจนแก่จนเฒ่า ถือไม้เท้ายอดทอง ถือกระบองยอดเหล็ก อยู่ให้ครกแตกรากสากแตกใบ อยู่กับแม่จนแก่จนเฒ่าอย่ากินข้าวบนหัวเรือ อย่ากินเกลือบนหัวช้าง อย่าตกแม่น้ำใหญ่กว้าง อย่าอยู่ในน้ำเป็นเพื่อนปลา อย่าอยู่ในนาเป็นเพื่อนข้าว เชิญขวัญเจ้ามาเข้าเนื้อเข้าตัว ตัวเอง