ช่วงเวลา การทรงเจ้าทำได้ตลอดทั้งปี

ความสำคัญ

การทรงเจ้าเป็นกิจกรรมที่เป็นที่พึ่งทางใจสำหรับคนที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อย่างน้อยก็เป็นทางชี้แนะ และแก้ไขเรื่องราวให้คลายความกังวลลงได้

กิจกรรม
ในจังหวัดนครปฐม มีพิธีกรรมที่ชาวบ้านนิยมกันมากอย่างหนึ่งก็คือ การทรงเจ้า โดยเฉพาะเจ้าบางองค์ที่ชาวบ้านนับถือกันมากก็ถึงกับมีงานฉลองประจำปีจนเกือบจะกลายเป็นประเพณี ดังจะยกตัวอย่าง การทรงเจ้า ๒ รายคือ
รายแรก เจ้าที่เข้าประทับทรง คือ "พระนารายณ์" ผู้ที่เข้าทรงเป็นชาย อายุประมาณ ๕๕ ปี อยู่ที่ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จะเริ่มทำพิธีในเวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. โดยคนทรงจะอาบน้ำแต่งตัวชุดสีเขียว เดินไปที่ศาลาซึ่งกว้าง ๒x๒ เมตร แล้วจุดธูปบอกกล่าวให้เจ้าประทับร่างทรง ในตอนนี้ผู้ไปหาต้องเสียค่าครู คือ ดอกไม้ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม เงิน ๑๒ บาท บุหรี่ ๑ ซอง บนศาลมีรูปพระนารายณ์ สูงประมาณ ๑ คืบ กระถางธูป เทียน แจกันดอกไม้ มีบันได ๓ ขั้น สำหรับขึ้นไปนั่งบนศาล เมื่อคนทรงจุดธูปบูชาครูเสร็จ ก็นั่งขัดสมาธิมีอาการเหม่อลอย นั่งอยู่ค่อนข้างนาน ก็สูดลมหายใจแรง ๆ ๓ ครั้ง ร่างที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็พับเพียบอย่างกระทันหัน พร้อมกระโดดลอยจากพื้นในท่าพับเพียบวนรอบตัวเอง ๓-๔ ครั้ง แล้วจะจุดธูป ๙ ดอก จุดเทียน ตักน้ำทำน้ำมนต์ เมื่อเสร็จก็จุดบุหรี่พ่นควัน สูบอย่างสบายอารมณ์ คนที่ไปหาเจ้าคนแรกก็ขึ้นนั่งบนศาล พร้อมทั้งซักถามปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองและให้ช่วยบำบัดรักษาให้ เจ้าก็เอาน้ำมนต์พ่นให้ ๓ ครั้ง เป็นเสร็จ
ชาวบ้านที่มาประมาณ ๒๐ คน ก็ผลัดกันเข้ามาหาเจ้าพ่อ โดยมากมีปัญหาเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยและมาขอหวย เมื่อหมดเรื่องของทุกคน คนทรงก็จุดธูป ๙ ดอก ปักเสร็จแล้วก็กระโดดท่าพับเพียบอีกทีหนึ่ง คอพับลง นิ่งอยู่ชั่วครู่ ก็ลงจากศาลเปลี่ยนเครื่องทรง แล้วแต่งตัวธรรมดาออกมาพูดคุยกับชาวบ้านปกติ
รายที่สอง เจ้าที่เข้าประทับทรง คือ"เจ้าพ่อเสือ" ผู้ที่เข้าทรงเป็นหญิง อายุประมาณ ๕๐ ปี อยู่บ้านตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ค่ายกครูมีดอกไม้ ธูป เทียน บุหรี่ ไม้ขีด ยาเส้น หมากพลู เงิน ๗ บาท เมื่อคนทรงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็จะมานั่งที่หน้าแท่นบูชา ลูกศิษย์จุดธูป ๓ ดอกนำไปปักตามที่ต่าง ๆ คนทรงจุดธูป ๙ ดอก ภาวนาคาถาอัญเชิญเจ้าพ่อเสือมาเข้าร่างทรง ปักธูปไว้ที่กระถางหน้าแท่นบูชา แล้วนั่งพับเพียบ รอประมาณ ๒-๓ นาที ร่างทรงก็เริ่มสั่นทีละน้อย จนกระทั่งสั่นไปทั้งตัว แล้วเอามือตบลงบนตักอย่างแรง ๓ ครั้ง ร้องดัง"โฮก" แล้วร่างก็หยุดนิ่ง เปลี่ยนจากท่านั่งพับเพียบ เป็นนั่งขัดสมาธิ หันมาถามลูกศิษย์ว่า "เชิญพ่อมาทำไม" ลูกศิษย์ตอบว่า "มีคนเขามีเรื่องเดือดร้อนจะมาให้พ่อดูโชคให้ครับ" แล้วเจ้าพ่อเสือจึงหันมาถามคนที่มาหา ระหว่างนั้นลูกศิษย์จะถวายหมากให้เคี้ยว ท่านจะไม่บ้วนหรือคายน้ำหมากหรือชานเลย เมื่อหมดหมากก็ต่อด้วยบุหรี่ท่านจะสูบทีละ ๒ มวน จะคุยเรื่องราวต่าง ๆ ที่คนต้องการทราบ เมื่อซักถามหมดแล้ว ท่านก็บอกว่า "พ่อจะกลับสำนักแล้ว" ต่อจากนั้นท่านจะร้องเสียงดัง "โฮก" แล้วก็เริ่มสั่นอย่างแรงเอามือตบที่ตัก ๓ ครั้ง เช่นกัน จากนั้นร่างทรงก็คืนสู่สภาพปกติ
จากตัวอย่างการทรงเจ้า ทั้ง ๒ รายนั้น จะเห็นได้ว่า เรื่องที่ชาวบ้านนิยมไปหาเจ้ามากที่สุด คือ เรื่องการขอหวย และเจ้าที่ใบ้หวยนั้นบางครั้งก็ถูกบางครั้งก็ผิด ถ้าถูกชาวบ้านก็จะชื่นชม ถ้าผิดก็ด่าว่าเจ้าให้ได้ยินอยู่เสมอ

สาระ

เป็นที่พึ่งทางใจในการตัดสินใจแก้ปัญหา